เข้าสู่ระบบ    สมัครสมาชิก  
 
 
  หน้าหลัก เกี่ยวกับเรา งานวิจัย ติดต่อเรา
 
   
Untitled Document
 

     
   
     
  รวมพลังเครือข่ายสตรีฯ ขับเคลื่อนงานเพื่อสันติภาพชายแดนใต้  
 

สุไรยา  วานิ

เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้

 

เครือข่ายสตรีชายแดนใต้จัดเสวนา “โรดแมป  สู่สันติภาพชายแดนใต้” ณ ห้องมะปราง คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มอ.ปัตตานี เมื่อวันที่  28 มีนาคม 2555 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. มีผู้เข้าร่วมเสวนาทั้งหมด      40 คน ประกอบด้วยกลุ่มเครือข่ายผู้หญิงทุกภาคส่วนจากชายแดนใต้ โดยมีดวงสุดา เมืองวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มการพัฒนามาตรการกลไกของสำนักส่งเสริมความเสมอภาคของหญิงชาย (สญช.) สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และภมรรัตน์  ตันสงวนวงษ์ ตัวแทนจากธนาคารโลก เป็นวิทยากรบรรยาย เรืองรวี  พิชัยกุล และโซรยา จามจุรี เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

ทั้งนี้มีเจ้าภาพหลัก คือ ธนาคารโลกซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนงบประมาณ และเครือข่ายสตรีชายแดนใต้เป็นเจ้าภาพร่วมในครั้งนี้

 

ภมรรัตน์ ได้กล่าววัตถุประสงค์การจัดเสวนาว่า เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่ผู้หญิง ได้รับรางวัลสตรีดีเด่นประจำปี 2555 ซึ่งได้ก้าวเข้ามาเป็นผู้นำในการสร้างสันติภาพ  เพื่อพบปะเครือข่ายสตรีชายแดนใต้ในการระดมสมองและพลังในการทำแผนยุทธศาสตร์ต่อการพัฒนาเพื่อสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมรับฟังความต้องการและการสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายสตรีชายแดนใต้

 

ทั้งนี้มีผู้หญิงจากชายแดนใต้ที่ได้รับรางวัลสตรีดีเด่น มีจำนวน 3 คน คือ แยน๊ะ  สะแลแม สตรีดีเด่นด้านปกป้องสิทธิของตนเอง รอซีดะ  ปูซู สตรีดีเด่นด้านสันติภาพ และปาตีเม๊าะ  เปาะอิแตดาโอ๊ะ  สตรีดีเด่นด้านการพัฒนาชุมชน

 

การเสวนา “โรดแมป (Roadmap) สู่สันติภาพชายแดนใต้” จะพูดในประเด็นแผนพัฒนาสตรี ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ประเด็นมติสภาความมั่นคง 1325 ประเด็นบทบาทหญิงชายในสถานการณ์ความขัดแย้ง และประเด็นยุทธศาสตร์การทำงานของเครือข่ายสตรีชายแดนใต้

 

ดวงสุดา พูดถึงการจัดทำแผนปฏิบัติการตามแผนพัฒนาสตรี ฉบับที่ 11 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคนในสังคมไทยให้ตระหนักรู้และมีเจตคติที่ดีเกี่ยวกับความเสมอภาค เข้าใจ เคารพศักดิ์ศรี และบทบาทสตรีในบริบทต่างๆ ในสังคมอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่สตรีให้โอกาสในการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง เพื่อให้สตรีทุกวัยมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมให้สตรีมีส่วนร่วมทางการเมืองและกระบวนการตัดสินใจในสาธารณะในระดับต่างๆ และเสริมสร้างความเข้มแข็งในกลไกของสตรีระดับต่างๆ เพื่อเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการพัฒนาสตรีทุกระดับ

 

การดำเนินของแผนพัฒนาสตรี ฉบับที่ 11 จะอยู่ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ ซึ่งมี 5 ยุทธศาสตร์ คือ 1. เสริมสร้าง  เจตคติด้านความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย 2. การเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และสังคม 3. การพัฒนาคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิต 4. พัฒนาศักยภาพสตรีเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองและบริหาร 5. การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพกลไกและองค์กรสตรีทุกระดับ

 

ดวงสุดา กล่าวต่ออีกว่า เราพยายามให้แผนพัฒนาสตรีถูกนำไปใช้ในหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานของรัฐซึ่งส่งเสริมความเสมอภาคของชายหญิง เราบูรณาการทั้งสองแผนให้เป็นแผนเดียวกันขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม หลายๆ หน่วยงานนำแผนพัฒนาสตรีเข้าไปบรรจุในแผนดำเนินงานเพื่อให้หน่วยงานนั้นสามารถปฏิบัติในพื้นที่จริง

แผนพัฒนาสตรีจะมีแผนปฏิบัติการ 5 ปี ซึ่งจะนำแผนนี้ไปขยายในภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

โซรยา  พูดถึงประเด็นมติสภาความมั่นคง 1325 ว่า มติสภาความมั่นคง 1325 ถูกอนุมัติอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2543 เป็นมติครั้งแรกที่มีการพูดเฉพาะเจาะจงถึงผลกระทบจากสงครามต่อผู้หญิงและเด็ก และมองว่าผู้หญิงและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว สามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นซึ่งในกระบวนการสร้างสันติภาพ ผู้หญิงกับเด็กจะต้องได้รับความใส่ใจดูแล และจะต้องมีพื้นที่ในการเสริมสร้างสันติภาพด้วย

 

โซรยา กล่าวต่ออีกว่า เนื้อหาหลักที่พูดถึงในมติสภาความมั่นคง 1325 มีดังนี้ คือ การสร้างการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในกระบวนการตัดสินใจและขบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ ปกป้องและคุ้มครอง และสร้างความปลอดภัยแก่ผู้หญิงและเด็ก พัฒนาศักยภาพของผู้หญิง ในเรื่องการสร้างความปลอดภัยแก่ผู้หญิงและสมาชิกในครอบครัว   การรักษาและสร้างสันติภาพ และการเป็นกลไกการแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่

 

ภมรรัตน์ กล่าวเสริมในประเด็นมติสภาความมั่นคง 1325 ว่า ตนได้มีโอกาสเข้ร่วมประชุมเกี่ยวกับ Peace and Security ทำให้เห็นว่าผู้หญิงกับความขัดแย้งยังมีช่องว่างอยู่มาก ซึ่งทาง UN ยังไม่ได้แก้ไขลายประเทศรับรอง มตินี้ แต่ยังไม่ได้ปฏิบัติตาม  ซึ่งประเทศที่มีการรับรองจะต้องมีแผนปฏิบัติการ ประเทศที่มีแผนปฏิบัติการแล้ว ได้แก่ ฟิลิปินส์ และเนปาล ประเทศที่เริ่มทำแผนปฏิบัติการแต่ยังไม่เสร็จ ได้แก่ อินโดนีเซีย และ ติมอร์ตะวันออก ทั้งนี้แผนปฏิบัติการยังไม่มีตัวเงื่อนไขในการบังคับใช้อย่างจริงจัง

 

นอกจากนี้ โซรยา ยังได้สะท้อนว่า ประเทศไทยยังไม่มีการรับรองมติดังกล่าว ทางกลุ่มองค์กรผู้หญิงมีความพยายามรณรงค์สร้างความเข้าใจแก่กลุ่มผู้หญิงกันเอง และอาจจะรณรงค์ให้องค์กรจากภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกพื้นที่รับรู้และสร้างความเข้าใจ เพราะมองว่า มติสภาความมั่นคง 1325 มีประโยชน์ต่อผู้หญิงและเด็กท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศไทย

 

ภมรรัตน์ พูดถึงสถานการณ์ผู้หญิงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิค ศึกษาโดยธนาคารโลก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิค ได้รับการขนานนามว่าให้เป็นภูมิภาคที่มีความก้าวหน้ามากในด้านความเท่าเทียมด้านหญิงชาย จากการศึกษาพบว่า การมีส่วนร่วมของแรงงานหญิงในเอเชียตะวันออกมีค่อนข้างสูงและบทบาทสตรีในด้านเศรษฐกิจค่อนข้างสูง เช่น ในภูมิภาคนี้มีผู้หญิงเป็นเจ้าของบริษัทมากกว่าผู้หญิงเป็นผู้จัดการบริษัท

 

ภมรรัตน์ กล่าวต่ออีกว่า ถึงแม้ว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิคจะให้ความสำคัญด้านความเท่าเทียมชายหญิง แต่ก็ยังมีปัญหาและสิ่งท้าทายในการส่งเสริมความเท่าเทียมกัน เช่น ช่องว่างในการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานมีอยู่มากส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำ การตายของมารดาช่วงคลอดบุตรมีแนวโน้มที่จะสูงกว่าในประเทศที่มีรายได้ต่ำ ความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงที่ดินและทรัพยากรการผลิตอื่นๆ  คนงานหญิงมักจะไม่มีความมั่นคงในการจ้างงาน ผู้หญิงยังคงมีความเสี่ยงและมีอิทธิพลที่ด้อยกว่าผู้ชายในครัวเรือน และความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงมีอัตราสูงเช่นเดิม

 

ดลยารัตน์  บากา หนึ่งในคณะทำงานกลไกกลาง เครือข่ายสตรีชายแดนใต้ นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ เครือข่ายสตรีชายแดนใต้ มี 5 ด้าน ได้แก่ 1.พัฒนาศักยภาพแแกนนำสตรีให้มีส่วนร่วมในทุกมิติการพัฒนา 2.พัฒนากลไก     การทำงานของเครือข่ายผู้หญิงชายแดนใต้ให้มีความเข้มแข็ง 3. ส่งเสริมอาชีพและตลาดที่มั่นคง (ทั้งตลาดท้องถิ่นและตลาดอาเซียน) ให้กับสตรีและชุมช4. สนับสนุนวิทยุท้องถิ่นสื่อกระแสหลักและสื่ออื่นๆ เพื่อสร้างความเข้าใจในวิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่น 5.พัฒนาระบบการจัดการผลกระทบของกฎหมายพิเศษและการบังคับใช้กฎหมาย

 

สมาชิกจากเครือข่ายสตรีชายแดนใต้ พูดเสริมประเด็นในยุทธศาสตร์ ที่ 1 ว่าตนได้จัดหลักสูตรผู้หญิงกลิ้งโลก โดยคัดเลือกผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อำเภอละ 2 คน  มีการอบรมการเสริมสร้างกระบวนการสร้างสันติภาพ เช่น  การจัดการปัญหาความขัดแย้ง สันติวิธี พลเมืองเข้มแข็ง การไกล่เกลี่ย การสานเสวนา

เตะหาวอ  สาและ จากตัวแทนจากศูนย์ประสานงานเด็กกำพร้าชายแดนภาคใต้ พูดเสริมประเด็นในยุทธศาสตร์   ที่ 2 ว่า กลุ่มของตนได้สร้างวิทยากรในเรื่องของกลไกอาสาระดับหมู่บ้าน การพัฒนาศักยภาพผู้หญิงในระดับชุมชน ส่งเสริมให้มีการพูดคุยในเวทีสาธารณะ และส่งเสริมการต่อสู้ทางการเมือง ตามทัศนะอิสลาม

 

ลม้าย  มานะการ พูดเสริมประเด็นในยุทธศาสตร์ ที่ 3 ว่า กลุ่มตนได้จัดกิจกรรมในชุมชน ได้แก่กิจกรรมที่ 1.จัดอบรมเรื่องบทบาทหญิงชาย และเรื่องความรุนแรงกับสันติวิธี กลุ่มเป้าหมาย คือ หญิงและชายที่มาจากในชุมชน ซึ่งตนมองว่า ผู้หญิงเป็นเพศที่ถูกความรุนแรง ถ้าหากสามีไม่เข้าใจก็จะอยู่กันไม่ได้ การเพิ่มทักษะการใช้ชีวิตในครอบครัวและชุมชนได้ กิจกรรมที่ 2. การเพิ่มทักษะการดูแลครอบครัว กิจกรรมที่ 3. ด้านอาชีพและความมั่นคง ซึ่งตนจัดกิจกรรมส่งเสริมเรื่องการเกษตรพอเพียง และเกษตรหลังบ้าน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้หญิง

รอซีดะ  ปูซู กล่าวเสริมว่า กลุ่มของตนจัดตั้งกองทุนวานีตา สนับสนุนในเรื่องของงบประมาณในการลงทุนอาชีพ 5,000 บาท ซึ่งมีการคืนเงินทุนภายในระยะเวลา 1 ปี และสมาชิกอีกท่านกล่าวว่า มีการอบรมทักษะทางด้านการบริหารจัดการ เช่น การตลาด การควบคุมคุณภาพ มาตรฐานต่างๆ

อัสรา  รัฐการัณย์  คณะทำงานโครงการผู้หญิงภาคประชาสังคม พูดเสริมประเด็นในยุทธศาสตร์ ที่ 4 ว่า กลุ่มของตนได้จัดรายการวิทยุ เสียงจากผู้หญิงชายแดนใต้ ในปีนี้จะมีการจัดรายการวิทยุภาคภาษามลายู  มีวารสารผู้หญิงชื่อ เปอรัมปูวัน (แปลว่า ผู้หญิง)  และมีเว็บไซต์ผู้หญิงภาคประชาสังคมเผยแพร่อีกด้วย

 

อัญชนา  หีมมิหน๊ะ สมาชิกจากกลุ่มด้วยใจ พูดเสริมประเด็นในยุทธศาสตร์ ที่ 5 ว่า ควรเยี่ยมเยียนภรรยาของผู้ต้องหาคดีความมั่นคง เนื่องจาก กลุ่มผู้หญิงดังกล่าวถูกตัดขาดจากสังคม ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดูแลและให้ความรู้ในสิ่งที่เขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ กลุ่มของตนได้จัดกิจกรรมสัมพันธ์ให้กับผู้ต้องหาคดีความมั่นคง จากการทดสอบทางจิตวิทยา ผลออกมาว่า ผู้ต้องหาดังกล่าวมีความคิด อยากฆ่าใครบางคน เราแก้ปัญหาโดยให้เขารู้คุณค่าของชีวิต คุณค่าของครอบครัว และมีการศึกษาผลกระทบของการซ้อมทรมาน ซึ่งมีผลกระทบในระยะยาว 

 

นอกจากนี้มีประเด็นอื่นๆ ซึ่งทางเครือข่ายสตรีให้ความสนใจ ได้แก่  ประเด็นความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของสตรีและครอบครัว มีการอบรมสร้างความเข้าใจเรื่องบทบาทหญิงชาย ความรุนแรงกับสันติวิธี โดยเป็นสตรีในชุมชนทั้งที่เป็นผู้นำและเป็นสมาชิกชุมชน ประเด็นการสร้างความเข้าใจในเรื่องมิติหญิงชาย หญิงหม้าย และการมีส่วนร่วมให้สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ ประเด็นการศึกษา ประเด็นนโยบาย  เทคโนโลยีและภาษา

 

เรืองรวี สะท้อนว่า ควรให้ความสำคัญในเรื่องบทบาทของหญิงชายในสถานการณ์ความขัดแย้ง มีผู้หญิงในพื้นที่จะต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ แต่มีบางกลุ่มไม่ยอมเปลี่ยน ซึ่งกลุ่มผู้หญิงที่ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทของตนเองแล้วจะต้องให้ความสำคัญและต้องสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน เราหวังว่าจะให้คนนอกพื้นที่เข้าใจสภาพสังคมในพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างไร ในเมื่อเราเองยังไม่เข้าใจตรงกัน ผลที่ตามมาอาจมีการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน อยากจะให้เน้นประเด็นนี้ให้มากๆ

 

ภมรรัตน์ ได้ทิ้งท้ายว่า การขับเคลื่อนงานในกระบวนการสร้างสันติภาพของเครือข่ายสตรีในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ บางครั้งการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายทำให้เกิดปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เราจำเป็นต้องยอมลดปัญหาของตัวเอง มองข้ามปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เราอยากเห็นเครือข่ายสตรีที่เข้มแข็ง

 
ไฟล์แนบ :
  โพสโดย :   เมื่อวันที่ 2012-05-02   
ชม 673   
Untitled Document


    ความคิดเห็นก่อนหน้า

    ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นกับข่าวนี้

 
 
 
   
   
 
 

Best Screen Resolution 1024x768 pixel and Text Size as Medium
Copyright 2009 civicwomen All Rights Reserved | Power by i2mediasolution,api_009