คุณสุนี ไชยรส อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ.
2540 และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปัจจุบันเป็นพิธีกรรายการสิทธิวาทะ ทางไทยพีบีเอส
และตำแหน่งล่าสุดที่ได้รับคือกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
เธอเป็นหนึ่งในคนทำงานภาคประชาสังคมจากพื้นที่อื่น
ที่มีโอกาสสัมผัสงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะงานผู้หญิง
ซึ่งทำให้เธออยู่ในฐานะที่จะเสนอมุมมองต่อการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ได้อย่างน่าสนใจ
เธอกล่าวไว้ว่า
ผู้หญิงที่อยู่ในสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ขณะนี้ มีสองส่วน
ส่วนแรกคือผู้หญิงที่มีวิถีชีวิตปกติ
มีบทบาทในครอบครัวและการทำงานที่ดำเนินไปตามปกติ ส่วนที่สองคือ
เมื่อสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้น
ผู้หญิงกลุ่มแรกบางส่วนได้ลุกขึ้นมาปกป้องคนที่ได้รับผลกระทบ เรียกร้องกระบวนการยุติธรรมให้ดำเนินไปอย่างถูกต้องตามสิทธิที่ควรจะเป็น
โดยในกลุ่มนี้มีการเชื่อมร้อยระหว่างผู้หญิงไทยมุสลิมกับผู้หญิงไทยพุทธให้เข้ามามีบทบาทปกป้องกระบวนการสิทธิมนุษยชนร่วมกัน
การทำงานของกลุ่มดังกล่าว
มีความพยายามก่อตั้งรวมกลุ่มเล็กๆ
เพื่อทำงานในมิติที่หลากหลาย เช่น ใครถนัดด้านสื่อก็ทำสื่อ ถือว่าเป็นจุดแข็งที่ดี
อย่างไรก็ตามยังมีจุดที่เป็นปัญหาหรือจุดอ่อน อาทิ ในเชิงโครงสร้างหรือผลกระทบจากนโยบายที่มาจากรัฐส่วนกลาง ซึ่งโอกาสที่คนในสามจังหวัดมีส่วนร่วมน้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องมุสลิมโดยทั่วไป คณะกรรมการอิสลาม หรือแม้แต่ผู้หญิงเอง
ยิ่งน้อยมาก
ไม่ค่อยมีเสียงของผู้หญิงที่ลุกขึ้นมาวิจารณ์
อาจจะไม่มีเวที หรือไม่มีพื้นที่สำหรับผู้หญิง ไม่ว่าเรื่องเยียวยา เรื่องผลกระทบ
ไม่ได้พูดถึงนโยบายสำคัญของรัฐที่มากระทบต่อผู้หญิง ผู้หญิงไม่ได้เสนอแนะให้เห็นว่าต้องให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมด้วย
อันนี้เป็นประเด็นใหญ่ในเชิงโครงสร้าง
เพียงแต่วันนี้ผู้หญิงบางคนสามารถบอกเล่าให้คนสะเทือนใจ
โดยเป็นการเล่าที่ให้เห็นภาพและรูปธรรมได้
ทำให้พี่น้องส่วนอื่นทั้งที่เป็นไทยพุทธหรือมุสลิมเข้าใจและเป็นแรงสนับสนุน
เสียงของผู้หญิงต้องดังเพื่อบอกว่ารูปแบบการปกครองแบบพิเศษตามรัฐธรรมนูญหรือแบบการกระจายอำนาจนี้จะส่งผลดีกับผู้หญิงอย่างไร
ที่ผ่านมารู้สึกว่าส่วนใหญ่จะเป็นเสียงผู้ชายมากกว่า เวลาออกทีวี
เราจะเห็นแต่ผู้ชาย
เธอให้ความเห็นเพิ่มเติมต่องานที่ประชาสังคมในพื้นที่กำลังขับเคลื่อนในประเด็นการกระจายอำนาจ
ซึ่งก็เห็นว่ามีผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมน้อยเช่นกัน
เธอแนะว่า ในทางปฏิบัติเราต้องเพิ่มศักยภาพของผู้หญิงให้เข้มแข็ง
ด้วยการให้การศึกษา หรือมีการติวเข้ม และจับประเด็น ทำงานเป็นกลุ่ม
สร้างกลุ่มช่วยกันพูดคุย ติดตามข่าวสารว่ามีอะไรบ้างที่จะกระทบต่อบ้านเรา ควรมีการวางแผนเตรียมข้อมูล เพราะบางเรื่อง ถ้าไม่แม่นไม่มั่นใจทำให้ผู้หญิงไม่อยากพูด
เธอบอกด้วยว่า อย่างไรก็ตามในการเคลื่อนไหวของผู้หญิงภาคประชาสังคมต้องมีรูปแบบ
ผู้หญิงควรจับมือทำความเข้าใจกับพี่น้องที่เป็นผู้ชาย เพราะพื้นที่นี้ มีเรื่องของศาสนา
ที่มีความละเอียดอ่อน จะต้องศึกษาทำความเข้าใจเรื่องศาสนา
มีการตีความภายในกระบวนการของกลุ่มที่ศรัทธาร่วมกัน เพราะตรงนี้ช่วยเสริมพลัง ผู้หญิงจะไม่สามารถสู้อย่างโดดเดี่ยว
และแยกออกจากภาคส่วนอื่นได้
ในขณะเดียวกันเมื่อจำเป็นต้องปะทะถกเถียง
เราสามารถขอความร่วมมือจากผู้รู้ทางศาสนาเข้ามาตีความ ให้ความเห็น
คิดว่าสถานการณ์ในสามจังหวัด จำเป็นต้องมีกระบวนการขับเคลื่อนแบบนี้ไม่สามารถแยกโดดๆ เหมือนขบวนการผู้หญิงทั่วไป เราต้องมีความอดทน
เพราะว่าสถานการณ์ทางการเมืองรุนแรงขึ้นทุกวัน มีการสูญเสียเกิดขึ้น ผู้หญิงต้องเข้มแข็ง
กลุ่มไทยพุทธ มุสลิม รวมทั้งผู้ชายต้องร่วมมือกันทำงาน
|