นาฮีหม๊ะ นิฮะ
เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคม
คุณเรืองรวี พิชัยกุล อดีตนักพัฒนาในกัมพูชา ปัจจุบันเธอคือผู้ประสานงานโครงการอาวุโส มูลนิธิเอเชีย ในฐานะเธอเป็นหนึ่งในคนทำงานภาคประชาสังคมจากส่วนกลาง ที่มีโอกาสได้สัมผัสการทำงานของภาคประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนใต้ เธอมีข้อเสนอแนะจากการสังเกตการณ์น่าสนใจ
เธอบอกว่า ต้องทำความเข้าใจกับปัญหาที่ซับซ้อนในพื้นที่ให้เป็นโจทย์เดียวกัน คือต้องมองทะลุให้ได้ว่ารากเหง้าของปัญหาคืออะไร มีปัญหาอะไรที่เร่งด่วน และก็เป็นปัญหาที่เป็นบาดแผลเก่า เธอเปรียบเทียบปัญหาชายแดนใต้เสมือนกับคนเป็นโรคกระเพาะ
ถ้าเราจะเปรียบเทียบกับการมองว่าเป็นโรคกระเพาะ มันมีกรดมากัดกระเพาะ อันนี้เป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเยียวยาก่อน แต่เราต้องมาดูสาเหตุว่าทำไมกรดถึงหลั่งเยอะ เพราะความเครียด ปัญหาเรื่องความเครียดที่คนมองไม่เห็นว่าเขามีความกดดันอะไร เราต้องเยียวยาด้วย เราต้องมองสองระบบ ต้องทำงานเชื่อมโยงกัน ไม่ใช่หมอรักษาแต่กระเพาะ ส่งกำลังมาเยียวยากระเพาะอย่างเดียว ถ้าเยียวยาผิดจะเกิดอาการท้องผูก ตรงนี้คนทำงานภาคประชาสังคมต้องรู้เท่าทันสถานการณ์จริง
เปิดพื้นที่ตรงนี้ให้กว้าง ทำให้แต่ละคนได้รู้สึกว่าเข้ามาในพื้นที่ และร่วมหาทางออกด้วยการถอยกันคนละก้าว บางทีมีสิ่งที่อยากได้เหมือนกันแต่ไม่ได้คุยกัน เช่น มองว่าพื้นที่ต้องการเขตปกครองพิเศษในแบบใดแบบหนึ่ง นายกรัฐมนตรีบอกว่ายินดี แต่ว่าการออกแบบต้องสร้างการเป็นเจ้าของร่วม หลายๆ คนอาจต้องเปิดพื้นที่ใกล้เคียงกับผู้เห็นต่าง หรือผู้ที่ใช้ความรุนแรง เธอแสดงความเห็นเพิ่มเติม
สำหรับบทบาทของผู้หญิงภาคประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนใต้นี้ เธอเห็นว่าควรเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้หญิงจากพื้นที่อื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วม ควรสำรวจองค์กรเครือข่ายผู้หญิงกลุ่มอื่นๆ ที่ขับเคลื่อนงานในประเด็นเดียวกันหรือประเด็นที่สอดคล้องกัน แล้วเปิดโอกาสให้แกนนำกลุ่มผู้หญิงจากภายนอกพื้นที่เข้ามา พบปะ เพื่อแลกเปลี่ยนกันกับกลุ่มผู้หญิงภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประเด็นที่จะต้องมีการพูดคุย เช่น การรณรงค์เรื่องความรุนแรงที่เกิดกับผู้หญิง หรืออาจจะเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ เช่น การเดินขบวนพาเหรด การติดป้ายรณรงค์เรื่องสันติภาพในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ
เนื่องจากผู้หญิงเคลื่อนไหวได้ง่าย เพราะไม่ได้เป็นเป้าหมาย ในหลายประเทศ การแก้ไขความขัดแย้งประสบความสำเร็จได้เพราะผู้หญิงเป็นผู้นำการเคลื่อนไหว ดังนั้นผู้หญิงต้องเพิ่มศักยภาพในการทำงานในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิ ทักษะในการวิเคราะห์ ทักษะการเป็นผู้นำ ทักษะการจัดการ การแสดงออกทุกอย่าง
อยากให้ผู้หญิงเกาะกลุ่มและขยาย ไม่ต้องไปเกาะกับผู้ชาย ทำเรื่องของผู้หญิง เหลาให้แหลมคม ในเรื่องแนวคิด เรื่องสิทธิผู้หญิง เรื่องสิทธิทั่วไป เรื่องกฎหมาย รวมทั้งเรื่องคุณค่าของตัวเอง คุณค่าในทางศาสนา เราต้องทุ่มเท เธอทิ้งท้ายข้อคิด |