หนึ่งในผู้หญิงจากส่วนกลางที่มีบทบาทในการติดตามและหนุนเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดมา คือ รศ.ดร. ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวันแก้ว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งนี้อาจารย์ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของผู้หญิงกับการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นอีกหนึ่งมุมมองของคนนอก ซึ่งเป็นทัศนะที่เป็นประโยชน์ต่อคนในเป็นอย่างมาก
อาจารย์ ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวันแก้ว
กับมุมมองสตรีชายแดนใต้
ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ากลุ่มที่รวมตัวกันเหนียวแน่นในพื้นที่นี้ก็คือกลุ่มผู้หญิง มีการรวมตัวกันชัดเจนในฐานะที่เป็นกลุ่มผู้สูญเสียได้รับผลกระทบ และมีบทบาทค่อนข้างสูงมาก เพราะว่าผู้หญิงก็เป็นคนดูแลกิจการ ดูแลความเป็นอยู่ของครอบครัว แล้วในฐานะที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบเอง การที่คนที่ได้รับผลกระทบได้เปลี่ยนสถานะตัวเองขึ้นมาเป็นผู้กระทำ เป็นผู้ปฏิบัตินะคะ ก็ถือว่าเปลี่ยนวิธีคิดนะ ไม่ใช่เป็นผู้ที่รอความช่วยเหลือแต่เป็นผู้ที่ลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหานั้นเอง ก็จะมีจุดหนึ่งที่กลุ่มผู้หญิงอาจจะไปให้ถึงก็คือว่า ลดความรุนแรงนะคะ ตอนนี้ผู้หญิงกำลังตั้งรับอยู่ คือแก้ปัญหาที่ตัวเองเจอ แล้วก็ชุมชนเจอ แต่ว่าในการที่จะนำเสนอทางออกใหม่ที่ปราศจากความรุนแรงหรือว่าเป็นผู้ที่ทำให้สังคมเห็นหรือฉุกคิดว่า เราต้องหยุดใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาได้แล้ว อันนี้ก็ยังเป็นโจทย์ที่กลุ่มผู้หญิงจะต้องทำงานต่อไปนะคะ
แนวทางในการสร้างบทบาทของผู้หญิงในภาคประชาสังคมเพื่อขับเคลื่อนงานสร้างสันติภาพมีพลังแค่ไหน มีแนวทางอย่างไรบ้าง
เราต้องเข้าใจว่าผู้หญิงในสามจังหวัดมีความยากลำบากสองส่วน ในฐานะที่เป็นเหมือนผู้หญิงธรรมดาทั่วไป ก็คือเขาต้องทำหน้าที่สองด้านนะคะ ก็คือทั้งดูแลครอบครัว แล้วก็ยังจะต้องมาทำงานแก้ไขปัญหาด้วย เพราะฉะนั้นเราจะต้องเอื้อให้เขาสามารถทำงานได้ ในสองส่วนที่มีความลำบากน้อยลง ก็คือต้องให้การสนับสนุนในเรื่องของทรัพยากร อำนวยความสะดวก การช่วยกันดูแล ถ้าเป็นแม่ก็จะต้องสามารถบรรเทาภาระเรื่องการดูแลลูกด้วย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพยากรหรือความรู้อะไรต่างๆ ก็จะต้องครอบคลุมมาถึงกลุ่มผู้หญิงนี้ด้วย เพราะว่าเขาก็ต้องการความช่วยเหลือมากพอ ๆ กับกลุ่มผู้ชาย นั่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของสังคมวัฒนธรรม ซึ่งในสามจังหวัดภาคใต้ก็อาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับการออกมาทำงานในสาธารณะของผู้หญิง ๆ คือ บทบาทในครอบครัวนี้มีความชัดเจนอยู่แล้วนะ แต่ว่าผู้หญิงที่จะก้าวออกมาที่สาธารณะต้องการความเห็นใจ ความเข้าใจจากสังคมโดยรวมด้วย
มุมมอง และทัศนะในเรื่องความมั่นคง
เวลาที่โลกมันซับซ้อนมากขึ้นแล้วก็ในสถานการณ์ที่เป็นความขัดแย้ง และก็ความรุนแรงเเราต้องยึดตัวคนเป็นหลัก คนจะอยู่อย่างไรนี่เป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานที่จะตอบว่าชาติเราจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าสมมติว่าผู้คนที่อยู่ในพื้นที่มีความหวาดระแวง หวาดกลัว แม้แต่กลัวอำนาจรัฐเองเนี่ยมันก็ไม่มีอนาคตของความเป็นชาติ เพราะฉะนั้นเราจะต้องเน้นให้เขามีความรู้สึกปลอดภัย แล้วก็มีส่วนร่วม และก็ให้เขามีเสรีภาพที่จะเป็นตัวของเขาเองได้มากที่สุด ทีนี้มันก็จะเป็นห่วงโซ่ที่สำคัญในการตอบปัญหาความมั่นคงของชาติ
ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
วันนี้เราทำเรื่องการขยายพื้นที่สันติภาพภาคประชาชน มีคนสงสัยว่าอะไรคือพื้นที่สันติภาพเราก็คือ เราพูดถึงสภาพที่ไม่มีความรุนแรง และก็สภาพที่สังคมถูกจรรโลงไว้ด้วยความยุติธรรม อันนี้คือสันติภาพ เราต้องการขยายพื้นที่นี้ให้ภาคประชาชนมีบทบาท เพราะตอนนี้เรามองเห็นแต่กองกำลังทหาร หน่วยงานภาครัฐที่กำลังจะสร้างองค์กรอะไรต่างๆ ขึ้นมา แต่ว่าแท้ที่จริงแล้วประชาชนต้องพึ่งตนเอง ในเรื่องนี้จะต้องดึงเอาโจทย์เรื่องการยุติความรุนแรงมาทำเอง ก็คือเราจะต้องเป็นผู้กำหนดความเป็นไปของสามจังหวัด ทีนี้เรามีเงื่อนไขอะไรที่เป็นอุปสรรคไม่ให้ประชาชนสามารถทำเรื่องนี้ได้เราก็ต้องแก้ไขนะ ก็หวังว่าจะทำให้ประชาชนทำงานกัน ผนึกกำลังกันได้มากขึ้นและรัฐก็เข้าใจจุดยืนของภาคประชาชน
สัมภาษณ์โดย คุณเสาวลักษณ์ แสนสมบัติ
เรียบเรียงโดย รอฮานี ดาโอ๊ะ |